สูตร แบบไม่อ้อมค้อม
- สี่เหลี่ยม: ยาว × ลึก × สูง ÷ 1,000 = ลิตร
- ทรงกระบอก: π × รัศมี² × ความสูง ÷ 1,000
- หน้าโค้ง: ส่วนสี่เหลี่ยมบวกชิ้นส่วนวงกลมด้านหน้า
- เข้ามุม: ฐานเป็นหนึ่งในสี่ของวงกลมที่มีรัศมีเท่าด้านหลัง
ทำไมจำนวนลิตรถึงสำคัญจริง ๆ
ปริมาตรกำหนดทุกอย่างที่ตามมา: ยาและปุ๋ยพืชน้ำวัดต่อลิตร ปั๊มบอกกำลังเป็นลิตรต่อชั่วโมง และน้ำยาปรับสภาพน้ำก็ตวงตามปริมาตร ถ้าปริมาตรผิดไป 20% ทุกโดสหลังจากนั้นก็ผิดไป 20% ด้วย — และในตู้เล็ก นั่นคือความต่างระหว่างปลาที่หายกับปลาที่ได้รับยาเกิน
ที่นี่ปัญหาคือทำให้น้ำเย็นพอ ไม่ใช่ทำให้อุ่นพอ
คู่มือจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดเริ่มด้วยเรื่องฮีตเตอร์ เพราะเขียนไว้สำหรับห้องที่อุณหภูมิ 18–20 องศา แต่ในบ้านเรา อุณหภูมิห้องอยู่ที่ 28–32 องศาเกือบทั้งปี — ฮีตเตอร์แทบไม่จำเป็นเลย และสิ่งที่ต้องจัดการคือด้านตรงข้าม
ปัญหาจริงมีสองข้อ ข้อแรก ปลาน้ำจืดเขตร้อนส่วนใหญ่สบายที่ 24–28 องศา แต่ตู้ที่วางในห้องไม่มีแอร์ช่วงเมษายนขึ้นไปแตะ 32–34 ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อรวมความร้อนจากปั๊มและไฟ ข้อที่สองสำคัญกว่า: น้ำยิ่งร้อน ยิ่งละลายออกซิเจนได้น้อย ขณะที่ปลาเองกลับต้องการออกซิเจนมากขึ้นเพราะเมแทบอลิซึมเร่งขึ้น สองอย่างนี้สวนทางกันพอดี
ทางแก้วัดกันที่ปริมาตรอีกเช่นเคย: เพิ่มการกวนผิวน้ำต่อลิตร ไม่ใช่แค่เพิ่มปั๊มตัวใหญ่ขึ้น ใช้พัดลมเป่าผิวน้ำ (ระเหยแล้วเย็นลงได้ 1–2 องศา แต่ต้องเติมน้ำชดเชยบ่อยขึ้น) ลดระดับน้ำลงเล็กน้อยให้น้ำที่ไหลกลับตกกระทบแรงขึ้น และอย่าวางตู้ให้โดนแดดบ่าย ถ้าเลี้ยงปลาที่ต้องการน้ำเย็นกว่านั้น ตู้ยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะน้ำมากกว่าเปลี่ยนอุณหภูมิช้ากว่า
น้ำหนัก ตัวเลขที่ทุกคนมองข้าม
น้ำหนัก — ราว 1 กิโลกรัมต่อลิตร ชุดตู้ 200 ลิตรคือของหนักกว่า 200 กิโลกรัมกองอยู่บนพื้นที่เท่าโต๊ะตัวหนึ่ง ก่อนจะนับกระจก วัสดุปูพื้น และหิน เกิน 100 ลิตรควรวางบนตู้หรือขาตั้งที่ทำมาเพื่อตู้ปลาโดยเฉพาะ ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ทั่วไป และวางชิดผนังรับน้ำหนักแทนที่จะวางกลางห้อง
คำถามที่พบบ่อย
90×45×45 ซม. กี่ลิตร
182.3 ลิตร (ราว 48.1 แกลลอนสหรัฐ)
สูตร
ยาว × ลึก × สูง ÷ 1,000 เป็นลิตร (ซม.); ÷ 231 เป็นแกลลอน (นิ้ว)
ทำไมน้อยกว่าที่ป้ายบอก
กระจก วัสดุปูพื้น และระดับน้ำ — นับ 85–90%
น้ำหนักเมื่อเต็ม
≈ 1 กก. ต่อลิตร บวกกระจกกับหิน
ต้องใช้ฮีตเตอร์ไหม
ในไทยแทบไม่ต้อง — ปัญหาคือน้ำร้อนเกินและออกซิเจนต่ำ