คำนวณค่าชาร์จรถไฟฟ้า

ชาร์จหนึ่งครั้งเสียเงินเท่าไรจริง ๆ และกิโลเมตรละเท่าไรเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน การคำนวณเริ่มจากค่าไฟต่อหน่วยที่คุณจ่ายจริงและจากการสูญเสียระหว่างชาร์จ — สองอย่างที่การเปรียบเทียบทั่วไปมองข้ามบ่อยที่สุด

ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • พลังงานที่เข้าแบตเตอรี่:
  • พลังงานที่ดึงจากปลั๊ก (ส่วนที่คุณจ่าย):

ตัวเลขที่คุณจ่ายจริง

ค่าชาร์จหนึ่งครั้งคือผลคูณของสามอย่าง: เข้าแบตกี่หน่วย หายไประหว่างทางเท่าไร และหน่วยละกี่บาทสำหรับบ้านคุณ ที่ผิดน้อยที่สุดคือข้อแรก ที่ผิดบ่อยที่สุดคือข้อสาม — คนมักหยิบตัวเลขจากข่าวมาใช้แทนตัวเลขจากบิลตัวเอง

อัตราก้าวหน้าและมิเตอร์ TOU

ค่าไฟบ้านในไทยคิดแบบอัตราก้าวหน้า: ยิ่งใช้มากต่อเดือน ราคาต่อหน่วยยิ่งขึ้นขั้น รถไฟฟ้าคันหนึ่งที่วิ่งเดือนละ 1,200 กิโลเมตรกินไฟราว 200 หน่วย ซึ่งเทียบได้กับการใช้ไฟทั้งเดือนของบ้านขนาดกลางหนึ่งหลัง หน่วยเหล่านั้นจึงไปกองอยู่ขั้นบนสุดของบิลเสมอ ถ้าเอาค่าเฉลี่ยท้ายบิลมาคิด รถจะดูถูกกว่าความจริง

ทางเลือกที่เจ้าของรถไฟฟ้าในไทยใช้กันคือมิเตอร์ TOU ซึ่งแยกราคาเป็นช่วงเวลาแทนที่จะเป็นขั้นการใช้ ช่วง off-peak กลางคืนและวันหยุดถูกกว่าอัตราปกติพอสมควร ส่วนช่วง on-peak กลางวันวันทำงานแพงกว่า รถที่เสียบทิ้งไว้ตอนนอนตกอยู่ในช่วงถูกโดยอัตโนมัติ

แต่ TOU ไม่ได้คุ้มกับทุกบ้าน มันคุ้มเมื่อการใช้ไฟส่วนใหญ่ย้ายไปกลางคืนได้ — บ้านที่เปิดแอร์ทั้งวันเพราะมีคนอยู่บ้าน อาจเสียมากกว่าในช่วง on-peak จนกลบส่วนที่ประหยัดได้จากรถ ก่อนเปลี่ยนมิเตอร์ควรดูบิลย้อนหลังว่าการใช้ไฟของบ้านกระจุกอยู่ช่วงไหน และอย่าลืมค่าติดตั้งกับค่าบริการรายเดือนที่เพิ่มขึ้น

รถไฟฟ้าเทียบรถน้ำมัน แบบตรงไปตรงมา

การเทียบจะมีความหมายก็ต่อเมื่อใช้อัตราสิ้นเปลืองจริง ไม่ใช่ตัวเลขในโบรชัวร์ รถไฟฟ้าคอมแพกต์ในเมืองอยู่ราว 5.5–6.5 กม./kWh และจะแย่ลงบนทางด่วนที่ความเร็วสูง ส่วนรถน้ำมันรุ่นเทียบเคียงอยู่ราว 12–15 กม./ลิตรในสภาพเดียวกัน

ข้อควรระวังสองข้อเพื่อให้ตัวเลขยังซื่อตรง อย่างแรก รถติดเข้าข้างรถไฟฟ้า — รถน้ำมันเผาน้ำมันตอนจอดนิ่ง รถไฟฟ้าแทบไม่กินอะไรเลย ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจึงกว้างกว่าตัวเลขข้างบนด้วยซ้ำ อย่างที่สอง ถ้าชาร์จตามสถานีชาร์จเร็วบ่อย ๆ ราคาต่อหน่วยที่นั่นสูงกว่าค่าไฟบ้านหลายเท่า และส่วนที่ประหยัดในหน้านี้ใช้กับกิโลเมตรเหล่านั้นไม่ได้

อีกอย่างที่คนไทยเจอแต่คู่มือต่างประเทศไม่พูดถึง: แอร์ในรถทำงานหนักเกือบตลอดปี ซึ่งกินไฟจากแบตโดยตรง ต่างจากรถน้ำมันที่คอมเพรสเซอร์พ่วงกับเครื่องยนต์ — ผลคืออัตราสิ้นเปลืองจริงในหน้าร้อนต่ำกว่าที่ทดสอบกันในเมืองหนาว

การสูญเสีย และทำไมหน้านี้แสดงสองตัวเลข

มิเตอร์วัดพลังงานที่ออกจากปลั๊ก แบตเตอรี่ได้รับเพียงส่วนหนึ่ง — ที่เหลือกลายเป็นความร้อนในเครื่องชาร์จ ในสาย และในเซลล์เอง สำหรับการชาร์จ AC ที่บ้าน 8–12% เป็นช่วงปกติ และจะมากกว่านั้นถ้าสายยาวและเล็กหรือกำลังไฟต่ำมาก เครื่องคำนวณแสดงส่วนที่เข้าแบตกับส่วนที่ดึงจากปลั๊กแยกกัน เพราะตัวหลังคือตัวที่ขึ้นบิล

คำถามที่พบบ่อย

ชาร์จครั้งหนึ่งเท่าไร

≈ 169.40 บาท สำหรับ 60.5 kWh จาก 20% ถึง 80% ที่หน่วยละ 4.20 บาท

ใส่ค่าไฟเท่าไร

ค่าจากบิลของคุณเอง รวม Ft และ VAT — ถ้าใช้ TOU ให้ใส่อัตรา off-peak

TOU คุ้มไหม

คุ้มถ้าการใช้ไฟส่วนใหญ่ย้ายไปกลางคืนได้ ดูบิลย้อนหลังก่อนเปลี่ยน

ประหยัดกว่าน้ำมันเท่าไร

≈ 0.70 บาท/กม. เทียบกับ 2.86 บาท/กม. — เดือนละราว 2,588 บาทที่ 1,200 กม.

ทำไมมี kWh สองตัวเลข

แบตได้น้อยกว่าที่มิเตอร์นับ ส่วนต่างกลายเป็นความร้อน